2 ก.ย.
11 โมงครึ่ง เข้าห้องพักเรียบร้อยแล้ว มี wifi ปุ๊บก็ออนไลน์ปั๊บ ตอนแรกกะว่าจะอาบน้ำแล้วนอนหลับซักงีบก่อนจะออกไปเที่ยวในเมือง แต่พอออนไลน์ก็มีน้องเมนชั่นมาบอกทางทวิตเตอร์ว่าวันนี้ทีมจะออกไปซ้อมกัน แล้วตอนเที่ยงน้องมึน (Thomas Müller) กับน้องโครส (Toni Kroos) จะออกไปแถลงข่าวเท่านั้นแหละ นี่ตาหูผึ่งเลย ไม่นงไม่นอนมันแล้วเว่ย! ฉันไปหาน้องมึนดีกว่าาาาา~
เรารีบเปิด google map เช็กว่าโรงแรมทีมอยู่ตรงไหนแน่ แล้วใช้เวลาเท่าไหร่ถึงจะไปถึง google บอกว่าเดินไป 15 นาที เยี่ยม! ว่าแล้วก็รีบอาบน้ำอาบท่าอย่างเร็วที่สุดในชีวิต แล้วก็เตรียมป้ายเชียร์ทีมชาติที่ทำมาจากเมืองไทย, เสื้อทีมชาติของน้องมึน, กล้อง และปากกาเมจิ 4 แท่ง (ไว้ให้น้องเซ็น) ใส่เป้ เปิด google map หาทางไปโรงแรมของนักเตะอีกที แล้วแคปหน้าจอไว้ เรียบร้อยแล้วก็ไปกันเลย!!!
ออกจากโรงแรมก็เดินไปตามแผนที่ ข้ามแม่น้ำไมน์ไปไม่นานนักก็เห็นปั๊มน้ำมันตามที่ google บอก เราก็จะข้ามถนน ทีนี้การข้ามถนนในเยอรมันนี่ไม่ได้อยากจะข้ามก็ข้ามเหมือนบ้านเรานะ ทุกทางข้ามจะมีสัญญาณไฟเหมือนสัญญาณไฟสำหรับรถยนต์ เราก็ยืนรอสัญญาณไฟเขียว ตั้งนานมันก็ไม่เขียวซะที จนกระทั่งมีชายหนุ่มฝั่งตรงข้าม เขาเดินฝ่าไฟแดงมา (ตอนนั้นไม่มีรถ) แล้วก็มาตบปุ่มที่เสาสัญญาณไฟที่เรายืนรออยู่ดังปั้ก! ก่อนจะเดินจากไปไม่พูดไม่จาซักคำ เราก็แบบ...เอ่อ มันต้องกดปุ่มด้วยเหรอ? ไม่รู้ ฮ่าาาา จะหันไปขอบคุณฮีก็เดินลิ่วๆ ไปแล้ว เออ คนเยอรมันนี่มีน้ำใจแบบแปลกๆ นะ - -"
พูดถึงเรื่องถนนหนทางแล้วขอเล่าให้ฟังซักหน่อย คนเยอรมันใช้จักรยานเยอะมาก เหมือนๆ กับหลายประเทศในยุโรป ดังนั้นเขาจะมีเลนสำหรับจักรยานโดยเฉพาะ เวลาเดินก็ให้ระวังด้วยว่าไปเดินในเลนจักรยานหรือเปล่า เพราะถ้าโดนจักรยานชนกระเด็นนี่ช่วยไม่ได้นะจ๊ะ นอกจากจะไม่มีใครสงสารแล้วยังจะโดนนักปั่นด่าให้ด้วย อันนี้ประสบมากับตัวเอง - -"
ส่วนรถยนต์ คนขับรถยนต์ที่นี่เขาค่อนข้างมีวินัยเคร่งครัดมาก คนขับรถยนต์ทุกคัน (ที่เราเจอ) รวมถึงรถบัสและรถรางเขาจะหยุดให้คนข้ามถนนก่อนเสมอ ไม่ว่าตรงนั้นจะมีสัญญาณไฟคนข้ามหรือไม่ แต่ถ้ามีสัญญาณไฟแล้วเราฝ่าไฟแดงคนข้ามก็จะโดนด่า แต่ก็จะไม่โดนรถชน ฮ่าๆๆ
เอาล่ะ ตัดกลับมาที่ไฟแดง พอหนุ่มคนนั้นกดปุ่มให้ ไม่นานนักสัญญาณไฟเขียวให้ข้ามถนนก็ติด ก็เดินข้ามถนนไป แล้วก็เดินผ่านปั๊ม ตามในแผนที่เด๊ะเลยอ้ะ ไม่หลงแน่ อิอิ
เดินไปเรื่อยๆ ก็เห็นป้ายที่จอดรถโรงแรม! แอร๊ยยย ฉันมาถึงแล้ว ฉันใกล้จะได้เจอน้องมึนแล้วววว >////<
กดมาได้แค่รูปเดียวเพราะรีบวิ่งเข้าโรงแรม เข้าไปก็มีแฟนบอลอยู่กลุ่มนึงแล้วก็เห็นตาหนวด (Mats Hummels) แจกลายเซ็นให้แฟนๆ อยู่แค่คนเดียว เราก็เลยวิ่งเข้าไป ชูป้ายให้ฮีเซ็นให้ ตอนแรกฮีไม่สนใจเราเว้ย ก็เลยวิ่งไปดักข้างหน้าแล้วยื่นให้อีก ปากก็บอกว่า "Mats, bitte." ซ้ำๆ ยื่นไปจนจะโดนหน้าฮีอยู่ละ ฮีถึงหันมามองแล้วถาม "Here?" คือถามว่าให้เซ็นที่ป้ายเนี่ยเหรอ? (เสื้อเส้อเบอร์ 5 ทำไมไม่เอามาให้เซ็นวะ - ตาหนวดคงคิดในใจ ฮาาาาา) เราก็บอก "Yes, please!" แล้วฮีก็เซ็นให้ จากนั้นเราก็รีบควักมือถือออกมาแล้วขอถ่ายเซลฟี่กับฮี ตอนแรกฮียังวุ่นวายเซ็นให้คนอื่นๆ อยู่ เราก็รอ แต่ก็แอบทำใจว่าฮีอาจจะไม่ถ่ายด้วยก็ได้ แต่พอเซ็นให้คนสุดท้ายเสร็จฮีก็หันมาทางเราแล้วมองกล้อง แล้วดูพ่อคุณยิ้มเข้าสิ แอร๊ยยยยยย >//////////////<
จุดนั้นคือฟินมากค่ะะะะะะ >////< มัทส์เป็นคนนึงที่ nice กับแฟนๆ มากๆ ถึงแม้ว่าช่วงนึงฮีจะบ่น และนอยด์แฟนบอลอยู่ แต่ก็เห็นใจดีกับแฟนๆ ตลอดอ่ะ ฮาาา และเป็นคนสุดท้ายที่เข้าโรงแรม คือใช้เวลากับแฟนๆ นานที่สุดในทีมเลย น่ารัก :)
อ้อ...ระหว่างที่ตาหนวดแจกลายเซ็นอยู่ ชูวับ (Andre Schürrle) กับน้องเฮคเตอร์ (Jonas Hector) ก็เดินเข้ามา แฟนบอลก็ตะโกนเรียกนะ แต่ทั้งสองคนก็ไม่มีใครหยุดแวะแจกลายเซ็น
สรุปคือตอนที่เราไปถึงนั้นนักเตะกลับมาจากซ้อมได้แป๊บนึงแล้ว และคนอื่นๆ ก็เข้าไปข้างในกันหมดแล้ว เหลือก็แต่ตาหนวดคนเดียวนี่แหละ พอตาหนวดเข้าไปแล้วเราก็ยืนรอ เพราะเที่ยงกว่าแล้ว น้องมึนกับน้องโครสจะต้องออกไปแถลงข่าว ต้องได้เจอน้องมึนแน่ๆ มั่นใจมาก ยืนรอซักพักก็เห็นร่างสูงๆ ขายาวๆ เดินออกมาตรงล็อบบี้โรงแรม กำลังจะเดินออกมาขึ้นรถแวนที่จอดรออยู่ตรงบันไดทางเข้าล็อบบี้ เราก็ตะโกนเรียก "มุลเลอรรรรร์!!!" น้องมองมาที่เราแต่ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไร แต่เรามั่นใจว่าน้องเห็นเราและเห็นป้าย ตอนนั้นน้องตรงขึ้นรถไปเลยไม่ได้แวะมาแจกลายเซ็น เข้าใจว่ากำลังรีบ อีกแป๊บนึงน้องโครสก็เดินตามออกมา นี่ก็ยกกล้องมาถ่ายไม่ทันเพราะมัวแต่ชื่นชมออร่าของน้องอยู่ ฮาาา คนอะไร้...ขาวโอโม่มากกกกกก -/////-
| ยืนรอน้องมึนกับน้องโครสอยู่หน้าโรงแรม |
| คุณลุงคนขับรถถอยรถมาจอดข้างในโรงแรม |
หลังจากที่น้องมึนกับน้องโครสออกไปแถลงข่าว เราก็ยืนรออยู่ด้านในประตูโรงแรม แต่ไม่ได้เข้าไปในล็อบบี้ คิดว่ายังไงซะน้องมันก็ต้องกลับมา และขากลับน้องอาจจะมีเวลาแวะแจกลายเซ็นหรือถ่ายรูปกับแฟนๆ บ้าง เลยยืนรอด้วยความหวัง แต่แล้วซักพักเจ้าหน้าที่โรงแรมก็เดินออกมาบอกว่าให้ออกไปรอข้างนอกประตู เรากับแฟนบอลที่ยังอยู่ก็ต้องออกไป ก็โดนไล่แล้วนี่ - -"
ยืนรออยู่ประมาณเกือบชั่วโมงได้ รถแวนของน้องมึนกับน้องโครสก็แล่นเข้ามา พวกแฟนบอลเด็กๆ ก็วิ่งกรูตามรถเข้าไป เราก็ตามเขาไปด้วย แต่ว่าไม่ทันเห็นน้องมึนกับน้องโครสเลย ลงรถปุ๊บก็เข้าไปล็อบบี้อย่างไวอ่ะ จุดนั้นก็เฟลนิดนึง แต่ก็ไม่มากเท่าไหร่เพราะยังไงพรุ่งนี้เราก็จะมาอีก
พวกแฟนบอล (และเราด้วยนั่นแหละ) ก็นั่งรอกันอยู่นอกประตูโรงแรม ไม่มีใครยอมไปไหน เพราะสันนิษฐานกันว่าพวกนักเตะจะออกไปซ้อมกันรอบเย็นอีกรอบ เราก็ เอาวะ ไหนๆ ก็มาแล้วอยู่รอก็แล้วกัน ซักพักใหญ่ๆ เจ้าหน้าที่โรงแรมก็ออกมาบอกว่าวันนี้นักเตะจะไม่ออกไปไหนแล้ว บอกว่ากลับกันไปเถอะ ตอนแรกเราก็ไม่เชื่อนะ แต่ยืนรออยู่พักใหญ่ก็ไม่มีวี่แววว่าใครจะออกมา
อ้อ ตอนที่ยืนรอเนี่ยแหละที่เราได้เพื่อนใหม่ชื่อ คาโอริ เขาเป็นคนญี่ปุ่น บอกว่ามาดูบอลทีมชาติ มากับแม่แต่ว่ามาตามนักเตะที่โรงแรมคนเดียว เราก็เลยถามว่าได้เจอใครบ้างมั้ย เขาบอกว่าไม่เจอเหมือนกัน เพราะมาก่อนหน้าเราแค่แป๊บเดียว เจอแต่ตาหนวด เราก็เลยตกลงกันว่าจะกลับ แล้วก็จะนัดกันใหม่พรุ่งนี้
เราออกจากโรงแรมสี่โมงกว่าๆ เดินกลับกับคาโอริ โรงแรมของคาโอริอยู่ทางเดียวกันแต่ว่าเลยที่พักเราไป 2 บล็อคทาง Hbf. คาโอริชวนเรากินข้าวเย็นด้วย เราก็รับปาก นัดเวลากันว่าจะมาเจอที่โรงแรมเราตอน 6 โมงเย็นแล้วค่อยไปเดินหาร้านอาหารแถวๆ นี้กินกัน
มีเวลาชั่วโมงนึง เลยของีบซักหน่อย ไม่ไหว เหนื่อยมากมายยยย บนเครื่องก็นอนไม่ค่อยจะหลับ เด็กร้องไห้กระจองอแง =___=
หกโมงเย็น
เกือบหลับเพลิน ตื่นมา 6 โมงเป๊ะๆ เลยรีบตาลีตาเหลือกลงไปที่ล็อบบี้ก็เจอคาโอริกับคุณแม่มานั่งรออยู่ รู้สึกผิดมากๆ เลยขอโทษไปยกใหญ่ แล้วก็ออกไปเดินหาร้านกัน คือต่างคนต่างมาที่แฟรงค์เฟิร์ตวันแรก ยังไม่รู้อะไรอยู่ตรงไหนก็พากันเดินมั่วเลย ฮ่าๆๆ ตอนแรกเข้าไปที่ Hbf. มันก็มีแต่พวกฟาสต์ฟู้ด ไม่ใช่เป็นร้านที่นั่งกินได้ เลยเดินออกมาตรงถนน เจอร้านเคบับก็เลยนั่งกินกัน เราสั่งแซนด์วิชไก่ แล้วคาโอริกับแม่ก็สั่งตาม ฮาาา นั่งกินกัน คุณแม่คาโอริถามเราใหญ่เลยว่ามาคนเดียวจากเมืองไทยเลยเหรอ พ่อแม่ไม่เป็นห่วงเหรอ เขาดูทึ่งมากๆ พูดตลอดเลยว่าเราเก่งงู้นงี้ ฮาาาา จำไม่ได้แล้วว่าเขาอยู่เมืองอะไร แต่จำได้ว่าอยู่ทางเหนือของญี่ปุ่น นั่งคุยกันไปพักใหญ่ สาวญี่ปุ่นสองคนกินหมดแล้ว อิสาวไทยนี่ยังกินไปไม่ถึงครึ่งอันเลยขร่า อันใหญ่มว้ากกกก -0- พอตอนเก็บเงิน คุณแม่ของคาโอริก็บอกว่าไม่ต้องจ่าย เดี๋ยวเขาจะเลี้ยงเอง ถือเป็นการขอบคุณที่ไปติ่งเป็นเพื่อนลูกสาวเขา ฮาาาา กลายเป็นว่าอาหารมื้อแรกที่เยอรมันเราก็ประหยัดไป 2.7 ยูโรแล้ว อิอิ แถมกินไม่หมดอีก เลยถือกลับไปห้องด้วย กะว่าเอาไว้กินตอนมืดๆ เผื่อหิว ฮี่ๆ
กินข้าวเสร็จเราก็แยกย้ายกัน เรานัดเจอกับคาโอริหน้าโรงแรมเราตอน 8 โมงเช้า คือตามตารางเราวันพรุ่งนี้ก็กะไปเฝ้าทั้งวันอยู่แล้ว เลยรีบไปตั้งแต่เช้า เผื่อพวกนางออกไปวิ่งจ๊อกกิ้งกันงี้ ^o^
แยกกับคาโอริกับแม่แล้วเราก็ไปที่ร้านสะดวกซื้อ หรือมินิมาร์ท ที่นี่จะเรียกว่า Kiosk มีของขายสารพัด เราจะไปซื้อซิมอินเตอร์เนตตามที่ตาลุงหน้านิ่งที่โรงแรมแนะนำมา
เข้าไปในร้าน คนขายน่าจะเป็นคนตุรกี เราก็ถามว่ามีซิมเนตขายมั้ย ฮีก็หยิบมาให้ แล้วก็จัดการเปลี่ยนให้และก็ลงทะเบียนให้เสร็จสรรพ หูย...ใจดีอ้ะ :3
ได้ซิมยี่ห้อ Lyca มา เล่นเนตได้ 3 GB ใช้ได้ 30 วัน โทรได้ด้วย แต่จำไม่ได้ละว่านาทีละเท่าไหร่เพราะไม่ได้โทร ราคาตามแพ็คเกจคือ 14.99 ยูโร รายละเอียดตามนี้ http://www.lycamobile.de/de/bundle?id=3
แต่เอาจริงๆ เราไม่อยากแนะนำยี่ห้อนี้เลยอ่ะ สัญญาณมันกากม้ากกกก เสียอารมณ์สุดๆ เดี๋ยวหลุดเดี๋ยวกลายเป็น Edge อะไรก็ไม่รู้ ถ้าไปคราวหน้าจะยอมลงทุนใช้ของ T-mobile ละ -.-
พอคุณเจ้าของร้านลงทะเบียนซิมให้เรียบร้อยแล้ว เราก็ซื้อน้ำเปล่าขวดนึง จริงๆ เราเอาขวดเปล่าขนาด 0.5 ลิตรไปจากเมืองไทยด้วยนะ แต่ว่าตั้งแต่ออกจากสนามบินมายังไม่เห็นที่กดน้ำเลย เดี๋ยวคืนนี้จะไม่มีน้ำกินเลยซื้อไปละกัน ขวด 1.5 ลิตร ดูราคา... 3 ยูโร! o_o คือคนเยอรมันส่วนใหญ่น้ำเปล่าของเค้าจะเป็นน้ำเปล่าอัดแก๊ส คล้ายๆ โซดา แต่ถ้าแบบธรรมดาไม่อัดแก๊ส ส่วนใหญ่ที่ขายใน Kiosk ก็จะเป็นน้ำแร่เลย นั่นคือเหตุผลที่มันแพงเยี่ยงนี้...ฮรึกกก T^T เอาวะ ซื้อที่โรงแรมก็คงจะราคาพอกัน
พอให้พี่เค้าคิดตังค์กลายเป็น 21 ยูโร เราก็งง เฮ้ย ค่าซิม 15 ยูโร (เซนต์นึงติ๊ปให้ก็ได้) น้ำอีก 3 ยูโร ทำไมไม่เป็น 18 ยูโรวะ เราก็เลยถามว่า เฮ้ ยูคิดตังค์ผิดป่าว เขาก็บอกว่า ค่าซิมบวกค่าบริการ 18 ยูโรไงยู อืม...นึกว่าจะใจดีลงทะเบียนให้ฟรีงี้ โอเค้... 21 ยูโรก็ 21 ยูโรวะ จ่ายๆ ไปหมดเรื่อง จะได้กลับไปนอนซักที -.-
เออ แล้วพอกลับมาถึงห้องถึงได้รู้ว่าลืมแซนด์วิชไว้ที่ Kiosk! ฮาาาาา วางทิ้งไว้เฉยเลย แต่คืนนั้นก็ไม่ได้หิวอะไรนะ อิ่มอกอิ่มใจ อิอิ
จบการใช้ชีวิตวันแรกในเยอรมันแล้ว พรุ่งนี้เราจะไปตามหนุ่มๆ ทีมชาติ จะฟินแค่ไหน รอตอนต่อไปนะจ๊ะ
ฮี่ๆๆ

No comments:
Post a Comment